ถ้าพูดถึงยุคเฟื่องฟูของไทยหรือยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่าง จะไม่นึกถึงยุคของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ไม่ได้เลย เพราะยุคของพระองค์ เป็นช่วงที่ประเทศต้องปรับตัวเข้าสู่ความทันสมัยตามแบบตะวันตก เพื่อให้รอดพ้นจากการคุกคามของประเทศฝั่งตะวันตก ท่านเลยต้องเป็นผู้นำในการพัฒนาประเทศมากมาย วันนี้พี่ยูโรจะพาทุกคนไปเรียนรู้ศาสตร์การบริหารประเทศให้รุ่งเรืองในยุคของรัชกาลที่ 5 กัน

 

การบริหารที่พาสยามเข้าสู่ความรุ่งเรือง

1. ส่งเสริมการเกษตร

เป็นผลมาจากการทำสนธิสัญญาเบาว์ริงกับประเทศอังกฤษในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่เป็นการเจริญสัมพันธไมตรีทางการค้ากับต่างประเทศ ส่งผลให้ในยุคของรัชกาลที่ 5 การส่งออกข้าวได้ขยายตัวอย่างกว้างขวาง จนทำให้ข้าวได้กลายเป็นสินค้าหลักของประเทศ และความต้องการข้าวของประเทศเพื่อนบ้านมีมากขึ้น ที่การส่งออกข้าวเติบโตขนาดนี้ ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากรัชกาลที่ 5 ทรงให้ความสำคัญกับเกษตรกรเป็นหลัก และส่วนสำคัญคือพระองค์ทรงประกาศเลิกทาส เพราะถ้าหากไม่เลิกทาส ไม่ดึงทาสออกจากขุนนาง คงไม่มีคนมาปลูกข้าว จนทำให้เศรษฐกิจข้าวเกิดขึ้นได้

 

2. ปรับปรุงการคมนาคม

ในยุคของรัชกาลที่ 5 มีการขุดคลองจำนวนมาก เพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงข้าว มีการสร้างถนนเพื่อความสะดวกในการเดินทางและการค้า หลังจากการสร้างถนนก็ทำให้ที่ดินแถวนั้นมีราคาแพงขึ้นด้วย รวมไปถึงรถไฟที่น้อง ๆ เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นอีกสิ่งที่พระองค์ทรงริเริ่มขึ้น ซึ่งการปรับปรุงด้านคมนาคมนี้ก็ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นเรื่อย ๆ 

 

3. ปฏิรูปการคลัง

ในสมัยนั้นได้มีการจัดระเบียบงบประมาณ เพื่อจะได้จัดสรรเงินให้กับกระทรวงต่าง ๆ ได้อย่างเป็นสัดส่วน อีกทั้งยังมีการจัดทำงบประมาณแผ่นดินขึ้นเป็นครั้งแรกด้วย เนื่องจากพระองค์ทรงเห็นความสำคัญในการทำบันทึกรายรับรายจ่ายเพื่อให้การบริหารประเทศเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และมีการแยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ออกจากรายจ่ายแผ่นดิน โดยให้พระคลังข้างดูแล ซึ่งจะเห็นว่าพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการวางแผนการใช้เงินที่ดีเลยล่ะ

 

4. ทำระบบเงินตราใหม่

ในยุค ร.5 มีการปรับปรุงเงินที่เป็นสื่อกลางการค้าให้ทันสมัยเหมือนตะวันตก เริ่มกำหนดให้ใช้หน่วยเงิน โดยกำหนด 100 สตางค์ เท่ากับ 1 บาท พร้อมกับผลิตเหรียญสตางค์ขึ้นมาใช้เป็นครั้งแรก เรียกว่า เบี้ยสตางค์ มีอยู่ด้วยกัน 4 ชนิด คือ ราคา 20 สตางค์ ,10 สตางค์, 4 สตางค์ และ 2 สตางค์ครึ่ง ใช้ปนกับเหรียญเสี้ยวและอัฐ ตอนปลายรัชกาล ก็ยกเลิกการใช้เงินเฟื้อง เสี้ยว อัฐ โสฬส และมีการจัดตั้งกรมธนบัตรขึ้น เพื่อดูแลการออกธนบัตร

 

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ถือ เป็นช่วงของการเปิดประเทศอย่างแท้จริง ต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีพระราชกรณียกิจอีกมากมายที่พระองค์ทรงทำไว้ ทั้งด้านโทรเลข ด้านการไปรษณีย์ ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยส่งเสริมให้เศรษฐกิจประเทศดีขึ้นเรื่อย ๆ ประเทศมีรายได้จากการค้าการส่งออก ประเทศพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการปฏิรูปนี้ ยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เกิดความอยู่รอด ไม่ถูกคุกคามจากประเทศตะวันตก ประเทศไทยจึงไม่ตกเป็นเมืองขึ้นนั่นเอง 

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (0)

{{comment.comment}}

{{subcomment.comment}}

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง