ตอนนี้นักลงทุนทั่วโลกส่วนใหญ่กำลังให้ความสนใจกับประเด็น Brexit พอ ๆ กับสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เลยทีเดียว ด้วยความที่สหราชอาณาจักรมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งประเด็น Brexit นี้ก็จะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกเช่นกัน

 

Brexit คืออะไร

ก่อนเข้าเรื่อง พี่ยูโรขอพาไปทำความรู้จักกับสหราชอาณาจักรก่อน คือ สหราชอาณาจักร หรือ United Kingdom (UK) ประกอบด้วย อังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือ สกอตแลนด์ และเวลส์ โดยคำว่า อังกฤษ ที่เรามักจะเรียกเป็นชื่อประเทศ ความจริงแล้วเป็นเพียงหนึ่งในเขตการปกครองของสหราชอาณาจักรเท่านั้น แต่เนื่องจากแคว้นอังกฤษเป็นแคว้นใหญ่สุด มีอิทธิพลครอบงำแคว้นอื่นมาตั้งแต่ในอดีต อังกฤษเลยกลายเป็นคำที่ใช้เรียกแทนชื่อสหราชอาณาจักร

ส่วนสหภาพยุโรป หรือ EU เป็นสหภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองที่รวมกลุ่มจากรัฐสมาชิกกว่า 28 ประเทศ เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองกับประเทศในทวีปอื่น ๆ โดยรัฐสมาชิกส่วนใหญ่มักจะตั้งอยู่ในทวีปยุโรป โดยประเทศสมาชิกก็จะมีสิทธิพิเศษต่าง ๆ เช่น ไปทำงานในประเทศสมาชิกได้โดยที่ไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบการทำงาน หรือ Work Permit ซึ่งสหราชอาณาจักรก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของสหภาพยุโรปนี้ แต่ได้มีความไม่พอใจข้อกำหนดของกฎระเบียบบางประการ จึงเป็นที่มาของการต้องการออกจาก EU หรือ Brexit นั่นเอง

น้อง ๆ อาจจะสงสัยใช่ไหมคะ ว่า Brexit คืออะไร Brexit มาจากคำว่า Britain+Exit คือ สหราชอาณาจักรต้องการจะออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป ขณะเดียวกันก็มีคำว่า Bremain มาจาก Britain+Remain คือ สหราชอาณาจักรควรจะเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปต่อไป

 

ทำไมประชาชนส่วนใหญ่ถึงโหวตให้เกิด Brexit

ปัญหา Brexit เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2016 เมื่อสหราชอาณาจักรทำประชามติให้คนในประเทศได้ร่วมกันโหวตว่า จะออกจาก EU หรืออยู่ต่อ และผลที่ออกมาก็คือ คนส่วนใหญ่เทคะแนนโหวตให้กับ Brexit หรือเลือกออกจากการเป็นสมาชิก EU ด้วยอัตราส่วนคะแนน 51.9 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าเลือก Bremain หรือให้เป็นสมาชิก EU ต่อ ด้วยอัตราส่วนคะแนน 48.1 ถือว่าสัดส่วนคะแนนห่างกันแค่เพียงนิดเดียวจริง ๆ เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าว่าทำไมประชาชนกลุ่มหนึ่งถึงเลือก Brexit และทำไมอีกกลุ่มหนึ่งถึงเลือก Bremain

 

กลุ่มที่เลือก Brexit : เมื่อคนในประเทศสมาชิกต่าง ๆ สามารถเดินทางข้ามประเทศไปทำงานได้อย่างอิสระ และ EU มีแผนที่จะช่วยเหลือและรับผู้ลี้ภัยจากตะวันออกกลางเข้ามาอยู่ด้วย ปัญหาที่ตามมาคือ ประชาชนโดนชาวต่างชาติและผู้ลี้ภัยเข้ามาแย่งงาน และรู้สึกกังวลในความไม่ปลอดภัยจากผู้ลี้ภัย เช่น ปัญหาอาชญากรรม การก่อการร้าย ฯลฯ นอกจากความกังวลในเรื่องปัญหาเหล่านี้แล้ว ประชาชนกลุ่มนี้ยังคิดอีกว่า หากออกจาก EU สหราชอาณาจักรก็ไม่ต้องจ่ายเงินค่าเป็นสมาชิกให้แก่ EU จำนวนคร่าว ๆ ประมาณ 8,500 ล้านปอนด์ต่อปี ซึ่งประชาชนคิดว่า เงินจำนวนนี้ไม่คุ้มกับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับ

 

กลุ่มที่เลือก Bremain : คิดถึงสิทธิประโยชน์ทางการค้าและภาษี คือ สหราชอาณาจักรจะทำการค้าได้อย่างเสรีกับประเทศสมาชิก เช่น สินค้าและบริการ แรงงาน ทุน เคลื่อนย้ายข้ามประเทศได้เสรี แต่หากออกจากการเป็นสมาชิกก็จะเกิดผลกระทบเกี่ยวกับภาษี และเศรษฐกิจในหลาย ๆ เรื่อง เช่น มีแนวโน้มที่เงินลงทุนจาก EU จะไหลออกจากประเทศ อำนาจการต่อรองทางเศรษฐกิจของประเทศลดลง ผลักดันให้เกิดเงินเฟ้อ และการบริโภคในประเทศจะหดตัว

 

ถึงแม้ว่าผลโหวตของประชาชนในสหราชอาณาจักรจะออกมาแล้วว่าเป็น Brexit แต่ก็ดูท่าว่าการออกจากการเป็นสมาชิก EU ไม่ง่ายอย่างที่คิด พี่ยูโรแนะนำให้น้อง ๆ ติดตามสถานการณ์ Brexit ให้ดีว่านายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะปลดล็อคประเด็นนี้อย่างไร เพราะมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจไทยอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร เช่น หากค่าเงินปอนด์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง อาจส่งผลถึงสัดส่วนการนำเข้าและส่งออกในสินค้าและบริการบางประเภทได้

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (0)

{{comment.comment}}

{{subcomment.comment}}

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง