ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งในปี 2018 ข้อมูลจากบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) พบว่าตลาดอาหารในประเทศมีมูลค่าอยู่ที่ 400,000 ล้านบาทโดยประมาณ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยมากถึง 3-5% ในทุก ๆ ปี โดยมูลค่าตลาดสูงสุดอยู่ที่กลุ่มธุรกิจร้านกาแฟ มีมูลค่าประมาณ 20,000ล้านบาท อันดับสองเป็นกลุ่มฮอตพอตหรือที่รู้จักกันก็คือ อาหารจำพวกสุกี้ ชาบู นั่นเอง มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 19,000 ล้านบาท จะเห็นได้ว่า “อาหาร” เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องบริโภคอยู่ทุกวัน ทำให้มีแนวโน้มอัตราการเติบโตอยู่ตลอดเวลา เพราะเหตุนี้ “ร้านอาหาร” จึงเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมาก ๆ 

 

หากน้อง ๆ สนใจทำธุรกิจนี้ ต้องมีการวางแผนที่ดี เพราะนอกจากรสชาติและความสะอาดที่ต้องคำนึงถึงแล้ว น้อง ๆ ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ด้วย 

1. ทำเลร้านและที่จอดรถ: ทำเลที่ตั้งมีความสำคัญต่อการเปิดร้านอาหารมาก ๆ เพราะถ้าเลือกทำเลไม่ดี เดินทางลำบาก มีหวังเจ๊งแน่ ๆ ทำเลที่ดีควรตั้งอยู่ในสถานที่ที่ลูกค้าสามารถเดินทางได้สะดวก อยู่ใกล้กับกลุ่มเป้าหมาย เช่น ร้านกาแฟควรเปิดใกล้กับบริษัทที่มีพนักงานจำนวนมาก เป็นต้น และยิ่งถ้ามีที่จอดรถด้วยล่ะก็ จะยิ่งเป็นส่วนช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจมาใช้บริการมากขึ้น

2. พนักงาน: ในการเปิดร้านอาหาร แน่นอนว่าเราทำคนเดียวไม่ได้ ต้องมีการจ้างพนักงาน ซึ่งพนักงานต้องมีจำนวนที่เพียงพอเพื่อให้การบริการมีประสิทธิภาพสูงสุด และต้องเทรนนิ่งพนักงานให้บริการอย่างตั้งใจด้วย เพราะมีหลายร้านที่ลูกค้าน้อยเพราะพนักงานบริการไม่ดี

3. มีแผนสำรองเมื่อวัตถุดิบขาดแคลน: น้อง ๆ ควรวางแผนเรื่องนี้เอาไว้ล่วงหน้า หากเกิดปัญหาจะได้ไม่กระทบต่อการให้บริการ เช่น หาแหล่งวัตถุดิบจากหลาย ๆ ทาง หาวัตถุดิบที่สามารถใช้ทดแทนกันได้ หรือทำเมนูใหม่โปรโมทแทนเมนูเดิมที่วัตถุดิบขาดแคลน โดยเฉพาะใครที่อยากเปิดร้านบุฟเฟต์ ข้อนี้สำคัญมาก ๆ เลยนะ

4. คิดให้ดีก่อนทำโปรโมชั่น: ดูจุดยืนของแบรนด์ว่าร้านของน้อง ๆ ทำอาหารออกมาขายใคร เพราะการแข่งขันกันด้วยการลดราคาอาจทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์เสียได้ หากร้านอาหารของน้องเน้นขายลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ก็ไม่ควรทำโปรโมชั่นลดราคากระหน่ำ เพราะจะเป็นการลดระดับแบรนด์ของตัวเอง

5. แพลตฟอร์มออนไลน์: ปัจจุบันสื่อโซเชียลเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการเปิดร้านอาหาร เพราะนอกจากจะเป็นช่องทางที่เราสามารถใช้โปรโมทร้านได้โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแล้ว ยังทำให้ลูกค้ารู้จักร้านเรามากขึ้นด้วย ซึ่งแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ก็มีจุดเด่นที่ต่างกัน

  • Facebook: คนเล่นเยอะ มีทุกเพศทุกวัย ใส่แคปชั่นโปรโมทได้ไม่จำกัดจำนวนตัวอักษร
  • Twitter: เหมาะกับกลุ่มตลาดเกาหลี เพราะแฟนคลับเกาหลีเล่นเยอะ สามารถใช้ Hashtag ในการโปรโมท แต่ Twitter จะจำกัดจำนวนตัวอักษร
  • Line@: มีจำนวนคนใช้เยอะ คุยส่วนตัวกับลูกค้าได้ ถ้าอยากส่งโปรโมชั่นหรือข่าวสารถึงกลุ่มลูกค้าโดยตรง ช่องทางนี้เหมาะมาก
  • Instagram: เป็นช่องทางที่เน้นภาพสวย ถ้าตกแต่งร้านได้สวยมีสไตล์ จัดหน้าตาอาหารได้ดี ต้องโพสต์โปรโมทผ่านช่องทางนี้เลย จะช่วยดึงดูดให้ลูกค้ามาอุดหนุนและถ่ายรูปลงโซเชียลบอกต่อกันไป

 

หากน้อง ๆ ไม่ถนัดการเปิดเพจโปรโมทร้านของตัวเอง การฝากร้านกับแพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลางระหว่างคนขายกับลูกค้าอย่างแอปฯ Wongnai รวมถึงแอปฯ บริการ Food delivery อื่น ๆ เช่น GrabFood, foodpanda หรือ GET FOOD ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีและยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบสั่งอาหารออนไลน์ด้วย

 

สุดท้ายนี้ น้อง ๆ ลองนำความรู้ที่ได้จากบทความมาวางแผนกันดูว่า “หากน้อง ๆ ได้เปิดร้านอาหาร อยากเปิดร้านอาหารอะไร พร้อมบอกด้วยว่าร้านตัวเองมีจุดเด่นอะไร ทำไมถึงต้องไปใช้บริการ” โดย 5 คอมเมนต์ที่ไอเดียดีโดนใจกรรมการ จะได้รับ 100 Koins เป็นรางวัล!! ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 16 – 29 กันยายน 2562 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่คอมเมนต์ของบทความนี้ในวันที่ 30 กันยายน 2562 เวลา 6 โมงเย็น

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (5)

{{comment.comment}}

{{subcomment.comment}}

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง